ที่มา : Pantip.com

สวัสดีครับ วันนี้มีเทคนิคในการตกแต่งภาพมาแบ่งปันกันครับ

01

          ปกติผมจะใช้เทคนิคนี้ก็ต่อเมื่อสภาพแสงส่วนมืดและส่วนสว่างมันต่างกันมากๆๆ จนสุดความสามารถของกล้องที่จะเก็บภาพได้ในช้อตเดียว ถ้าใครเคยถ่ายดาวจะรู้เลยว่า หากอยากให้ดาวให้สว่างพอดี ซึ่งมันจะต้องเปิดหน้ากล้องนาน แล้วดันมีแหล่งกำเนิดแสงเช่น บ้านคน หลอดไฟ อยู่ในเฟรม จะพบปัญหาแสงโอเวอร์อยู่บ่อยๆ

02

กล้องที่ Dynamic range น้อย หรือ สภาพแสงมีความเปรียบต่างระหว่างส่วนมืดกับส่วนสว่างมากๆ ส่วนมากจะไม่สามารถจบในช้อตเดียวได้ จากภาพตัวอย่างจะพบว่าเมื่อพยายามจบภายในช้อตเดียว เตนท์ซึ่งเป็นส่วนสว่างจะหลุดไฮท์ไลท์ไปเลย และไม่สามารถกู้คืนได้

          ปกติหากกล้องมี Dynamic range กว้างมากๆ เราสามารถเก็บทั้งส่วนมืดและส่วนสว่างได้ในช้อตเดียว ซึ่งการเก็บภาพแนวนี้มีเทคนิคคือ ถ่ายเก็บไฮไลท์ให้ครบ แล้วค่อยมาดึงส่วนมืดหรือ shadow ขึ้นทีหลัง(คือถ่ายังไงก็ได้ไม่ให้ไฮท์ไลท์หลุดจนกลายเป็นสีขาวเวอร์ เรียกเทคนิคนี่ว่า Expose to the right) เพราะถ้าถ่ายมาหลุดไฮท์ไลท์ส่วนมากจะมาแก้ไขโดยการ recovery ได้ยากมากๆ ส่วน shadow จะสามารถดึงขึ้นมาได้ง่ายกว่ามาก

          ซึ่งการแก้ปัญหาสำหรับการถ่ายภาพแนวนี้สำหรับผมเลยคือ ถ่ายภาพหลายๆช้อต แล้วนำภาพมารวมกันในโปรแกรมเอา ซึ่งข้อดีนอกจากแสงจะไม่โอเวอร์แล้ว ยังช่วยให้ภาพค่อนข้างใส นอยส์ไม่ค่อยมีเนื่องจากไม่ต้องขุดส่วนมืดเยอะ

03

          เทคนิคคือพยายามถ่ายเพื่อเก็บภาพหลายๆช้อต เพื่อที่จะได้มีวัตถุดิบไว้เลือกทำได้ในภายหลัง

          จากภาพด้านบนจะเห็นว่าผมถ่ายภาพไว้หลายช้อตมาก ทั้งเปิดและปิดไฟที่เตนท์ เพิ่ม ลด สปีดชัตเตอร์ แต่หลักๆเลย เพื่อให้ง่ายต่อการนำภาพมาทำภายหลังคือต้องใช้ขาตั้งกล้อง (แหม่ สภาพแสงอย่างงี๊มันก็ต้องใช้ขาตั้งกล้องมั๊ย  บอกเผื่อไว้กรณีประยุกต์ใช้กับสถานการณ์อื่น จะได้ไม่เสียเวลามาทำให้ภาพมันซ้อนกันพอดี)

          หลังจากถ่ายจนพอใจแล้วก็เข้านอนได้ เพราะไม่มีคอมทำภาพ ต้องเอากลับมาทำที่เมืองไทย ฮาาาาา (ลืมบอกไป ผมกางเตนท์นอนที่ริมทะเลสาบนี้เลย อุณหภูมิ -30 องศาเซลเซียส ไม่ได้นอนทั้งคืนเลอ หนาวแทบขาดใจ)

           พอกลับมาถึงไทย ผมก็มานั่งคัดรูปที่ต้องการ เพื่อเอามาทำต่อ

04

          สองภาพที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งภาพซ้ายมือผมเลือกให้เป็นภาพหลัก และภาพขวามือเป็นภาพเสริม

           จากนั้นก็เริ่มทำใน Lightroom

05

          กรากฟิกแนวคิดการทำภาพใน Lightroom

          ภาพด้านบนเป็น diagram การทำภาพ ซึ่งผมถือเป็นภาพหลัก เนื่องจากองค์ประกอบทุกอย่างค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว ยกเว้นแต่ไม่มีไฟเตนท์เท่านั้น

06

          ซึ่งหลังจากทำเสร็จแล้ว ให้นำภาพมาทำต่อใน Photoshop (ถ้าเปิดจาก LR ให้เลือกสองภาพ โดยกด cmd ค้างไว้ จากนั้นคลิ๊กขวา edit in > open as layer in Photoshop

07

          เปิดภาพใน Photoshop และเลือกให้ภาพเตนท์เปิดไฟอยู่ด้านบน ซึ่งจากภาพเราใช้ขาตั้งกล้องอยู่แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลา align layer

08

          mask

          หลังจากซ้อนภาพ ก็ให้ทำการ mask เพื่อบังภาพด้านบนไว้ จากนั้นก็ทำการใช้ brush tool เพื่อระบายเปิดภาพในส่วนที่ต้องการที่ถูกบังไว้ ซึ่งต้องใช้ความอดทนและพยายามในการระบายกันหน่อย เพราะภาพสองภาพที่ซ้อนกันจะเนียนหรือไม่เนียนมันอยู่ตรงนี้นี่เอง

09

          final image

          ภาพสุดท้ายเนียนใส ไร้นอยส์ ซึ่งจริงๆแล้วเทคนิคการ mask แบบนี้เป็นแบบพื้นฐานที่เข้าใจง่าย และใช้ง่ายที่สุดแล้ว แต่หากอยากให้ภาพเนียนกว่านี้อีก หรือเสียเวลาน้อยกว่านี้แล้วจะมีเทคนิคอีกอย่างซึ่งเรียกว่า Lumiosity mask  ถ้ามีเวลาจะมาแชร์ให้ทราบกันครับ

ถ้าสนใจเรื่องการตกแต่งภาพก็แวะมาพูดคุยทักทายกันได้ที่เพจด้านล่างนะครับนะครับ
https://www.facebook.com/PhotoHackz/

หรือลองอ่านที่เว็บนี้ก็ได้ครับ
https://www.photohackz.com

Advertisements