ที่มา : HR twt

 

สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว เมื่อเข้าไปทำงานใหม่ๆ ส่วนใหญ่ก็ต้องผ่านช่วงที่เรียกว่า “ทดลองงาน” กันทั้งนั้น ซึ่งบริษัทหลายๆ แห่งนั้น ให้สิทธิและสวัสดิการแก่พนักงานที่อยู่ในช่วงทดลองงานน้อยกว่าพนักงานที่ผ่านการทดลองงานแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะได้เงินเดือนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น โดยบอกว่าจะปรับขึ้นให้เมื่อผ่านทดลองงานแล้ว แต่บางแห่งก็หนักกว่านั้น เช่น  ห้ามลาป่วยกันเลยทีเดียว หนำซ้ำ พอพ้นช่วงทดลองงาน (ซึ่งมักจะเป็นระยะเวลา 119 วัน) แล้ว เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคลของบริษัทหลายแห่งก็มาบอกว่า ไม่ผ่านทดลองงาน ต้องขอต่ออายุทดลองงานกันต่ออีก

ช่วง “ทดลองงาน” นี่แหละครับ เป็นช่วงที่นายจ้างจำนวนไม่น้อยเลย อาศัยเป็นจังหวะเอาเปรียบพนักงานที่ไม่ทราบสิทธิตามกฎหมายของตน และบางรายก็ทำตามแบบในการ์ตูนข้างต้นเลย คือ ต่ออายุทดลองงานไปเรื่อยๆ อีก … ฉะนั้น ลองมาทำความเข้าใจสิทธิของตนเอง และรู้จักกับคำว่า “ทดลองงาน” ให้มากขึ้นดูครับ จะได้ไม่ถูกนายจ้างเอาเปรียบ

กฎหมายไม่มีการพูดถึง “ทดลองงาน”

ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 (ปรับปรุงล่าสุด พ.ศ.2553) ที่กำหนดสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้าง และกำหนดหน้าที่ขั้นพื้นฐานที่นายจ้างต้องทำเอาไว้ และขอบอกไว้ตรงนี้ก่อนเลยครับว่า กฎหมายไม่ได้มีการแบ่งแยกเป็นทดลองงาน หรือ พ้นทดลองงานนะครับ เพียงแต่ที่นายจ้างส่วนใหญ่เขาเลือกตัวเลข 119 วัน มาเป็นช่วงทดลองงาน ก็เพราะว่ามาตรา 118 ข้อ (1) นั้น ระบุเอาไว้แบบนี้ครับ

มาตรา 118ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้

(1) ลูกจ้างซึ่งทํางานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อย กว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทํางานสามสิบวันสุดท้ายสําหรับ ลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคํานวณเป็นหน่วย

หรือพูดง่ายๆ หากลูกจ้างมาทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน หากมีการเลิกจ้าง ต้องมีการจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หรือภาษาชาวบ้านเรียก จ่ายค่าชดเชย 1 เดือนนั่นแหละครับ

จะทดลองงานอยู่ หรือ พ้นทดลองงานแล้ว ก็คือ ลูกจ้าง

สัญญาจ้างแรงงานนั้น มีไว้เพื่อระบุเจตนาว่าลูกจ้างจะทำงานให้กับนายจ้าง และจะมีการระบุอัตราค่าจ้าง สภาพการจ้างงาน และอื่นๆ เอาไว้ ปกติแล้ว เวลาเราเข้าไปทำงานให้กับนายจ้าง เราจะต้องเซ็นสัญญา 2 ช่วงครับ ช่วงแรกเรียกว่า สัญญาจ้างทดลองงาน และเมื่อผ่านทดลองงานแล้ว ก็จะต้องเซ็นสัญญาจ้างงานอีกฉบับ … แต่ไม่ว่าจะเป็นฉบับไหน ก็คือสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งทำให้เราเป็น ลูกจ้าง ด้วยกันทั้งนั้น

ฉะนั้น เราย่อมได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ค่าชดเชย, ค่าจ้าง, ค่าจ้างทำงานในวันหยุด, ค่าจ้างทำงานล่วงเวลา, จำนวนชั่วโมงการทำงาน, จำนวนวันหยุด ฯลฯ

ไขข้อข้องใจบางประการ เกี่ยวกับสิทธิของพนักงานในช่วงทดลองงาน

ต่อไปนี้คืออะไรที่ลูกจ้างมักจะโดนเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ ซึ่งมีคนได้สอบถามผมมาเป็นประจำ ผมขอพูดถึงและอธิบายให้เข้าใจตรงกันถึงสิทธิที่ลูกจ้างพึงมีในช่วงทดลองงานครับ

พนักงานทดลองงานไม่มีสิทธิลาหยุดพักร้อน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 30 ระบุไว้ชัดเจนว่า ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วัน ฉะนั้นการที่นายจ้างไม่ให้สิทธิในการลาหยุดพักร้อนในช่วงทดลองงาน จึงเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ตามกฎหมายครับ

พนักงานทดลองงานไม่มีสิทธิลากิจหรือลาป่วย

เรื่องของการลากิจ เป็นสิ่งที่กฎหมายให้นายจ้างเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม (มาตรา 34) ดังนั้นลูกจ้างมีสิทธิจะลากิจได้ตามที่จำเป็น แต่นายจ้างก็มีสิทธิที่จะพิจารณาอนุมัติหรือไม่ก็ได้เช่นกัน ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับการทำงานของนายจ้าง … ฉะนั้น การกำหนดห้ามลากิจ หากเป็นสิ่งที่ระบุไว้ในข้อบังคับการทำงาน ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้อยู่ … แต่การไม่ให้ลาเลย ถือว่าโหดครับ ผมแนะนำว่าให้ลาตามความจำเป็น แล้วจึงนำมาพิจารณาภายหลังว่าจะให้ผ่านทดลองงานหรือไม่ ดีกว่า

แต่การบอกว่าพนักงานทดลองงานไม่มีสิทธิลาป่วย ถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายในทันที เพราะมาตรา 32 นั้นได้บอกเอาไว้แล้วว่า ลูกจ้างสามารถลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ดังนั้นต่อให้ป่วย 3 เดือน ก็ต้องลาได้ครับ … แต่ในกรณีที่ลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างสามารถขอดูใบรับรองแพทย์ได้ครับ และในกรณีที่สงสัยว่าป่วยจริงหรือป่วยการเมือง ไม่ไว้ใจใบรับรองแพทย์ของลูกจ้าง นายจ้างก็สามารถจัดแพทย์มาตรวจเพื่อออกใบรับรองได้

พนักงานทดลองงานลาป่วยไม่ได้รับค่าจ้าง

อันนี้เป็นเรื่องที่นายจ้างมักเอามาอ้างเสมอว่า No work, no pay ไม่ทำงาน ก็ไม่จ่ายเงิน เมื่อพนักงานลาป่วย ไม่ได้ทำงาน ก็ไม่ได้เงิน … แต่จริงๆ แล้วมาตรา 57 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน กำหนดไว้ว่าให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างในวันลาป่วยตามมาตรา 32 เท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 30 วันทำงาน

นั้นหมายความว่า ลาป่วย ต่อให้เป็นพนักงานทดลองงานก็ได้รับค่าจ้าง แต่นายจ้างจ่ายแค่ 30 วันต่อปีก็พอ หากลาวันที่ 31 ขึ้นไป นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันที่ลาป่วยแล้ว

ต่ออายุทดลองงานกันได้ด้วยเหรอ?!?

เคยเจอไหมครับ ทำงานครบ 119 วันแล้ว ฝ่ายบุคคลมาแจ้งว่าขอต่ออายุทดลองงานต่อไปอีก แบบนี้ทำได้ไหมในทางกฎหมาย?!? คำตอบคือ กฎหมายไม่แคร์เรื่องนี้ครับ นายจ้างจะทดลองงานเรากี่วันกี่เดือนกี่ปีก็ได้ ขอแค่ว่าลูกจ้างต้องมีสิทธิขั้นต่ำตามที่กฎหมายระบุ และนายจ้างปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ระบุไว้ในกฎหมายครบถ้วนก็พอ

และหน้าที่นึงที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อลูกจ้างทำงานครบ 120 วันแล้ว นายจ้างเลิกจ้าง (คือมาบอกว่า ไม่ผ่านทดลองงาน ไม่ต้องมาทำงานแล้ว) ก็ต้องมีการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย เพราะลูกจ้างทำงานครบ 120 วัน แล้ว ค่าชดเชยนั้น ก็ว่ากันตาม มาตรา 118 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเลย … ฉะนั้น ต่ออายุทดลองงานก็ต่อไป แต่หากมาบอกว่าไม่ผ่านทดลองงานเมื่อไหร่ เท่ากับบอกเลิกจ้าง ก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนดด้วยนะครับ

จุดสำคัญจุดนึงที่ลูกจ้างหลงกลนายจ้าง (หรือ ฝ่ายบุคคล) บ่อยๆ คือ การต่ออายุทดลองงานมักจะมาในรูป ให้เราลาออกก่อน แล้วสมัครใหม่ แบบนี้เพื่อให้มันกลายเป็นว่านายจ้างไม่ได้เลิกจ้าง จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยครับ … อันนี้อย่าไปหลงกลเด็ดขาด และหากเจอนายจ้างที่ไหนมีพฤติกรรมแบบนี้ แสดงว่านายจ้างรายนี้หลีกเลี่ยงกฎหมายและมีแนวโน้มที่จะเอาเปรียบลูกจ้างสูง อย่าไปทำงานให้จะดีที่สุด

ระหว่างทดลองงานอยู่ จะบอกเลิกจ้างเมื่อไหร่ก็ได้เหรอ?!?

ใช่ครับ บอกเลิกจ้างเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่างที่ผมบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ จะอยู่ในช่วงทดลองงาน หรือจะพ้นทดลองงานมาแล้ว เมื่อนายจ้างจ้างเราทำงาน เราก็คือลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ดังนั้นเราย่อมมีสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด และนายจ้างเองก็มีหน้าที่ที่ต้องทำตามกฎหมายกำหนดเช่นกัน และเรื่องขั้นตอนเลิกจ้างก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของลูกจ้างและนายจ้าง

ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 มีระบุไว้เกี่ยวกับเรื่องการสิ้นสุดของสัญญาจ้างแรงงาน โดยในกรณีของการจ้างงานแบบประจำ ซึ่งไม่มีการระบุวันสิ้นสุดสัญญาจ้างที่ชัดเจน หรือ จ้างงานแบบทดลองงาน (ซึ่งแม้จะบอกว่าทดลองงาน 120 วัน) จะนับว่าเป็นสัญญาจ้างแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา … เมื่อไม่มีกำหนดระยะเวลา ก็หมายความว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงเมื่อนายจ้างหรือลูกจ้างบอกเลิกสัญญา โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายรับทราบก่อนเป็นเวลา 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง

หากไม่บอกกล่าวล่วงหน้า กฎหมายก็ระบุไว้แล้วว่าต้องมีการจ่ายค่าต๊กกะใจ เป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าจ้างที่ต้องจ่ายตามสัญญาที่กำหนดเอาไว้ เช่น หากสัญญาบอกว่าต้องบอกล่วงหน้า 2 เดือน ก็ต้องจ่ายค่าจ้าง 2 เดือนนั่นเอง (แต่กฎหมายบอกไว้เช่นกันว่า ไม่จำเป็นต้องบอกล่วงหน้าเกิน 3 เดือน ฉะนั้นต่อให้สัญญาระบุไว้ว่าต้องบอกล่วงหน้า 4 เดือน ก็ให้ถือว่าต้องบอกล่วงหน้า 3 เดือนนะครับ)

Advertisements