ที่มา : พันทิป ดอทคอม

โอไฮโย่ะ……โกไซมัสซึ……

  วันนี้ผมเข้ามาเร็วอีกหน่อย เพราะมีเรื่องราวให้คุยกันอีกเยอะเลย……ไหนยังจะเรื่องค้างคาเอาไว้ในอาทิตย์ก่อนอีกจมหู….ชาติหน้าจะเขียนใช้หนี้หมดหรือเปล่ายังไม่ทราบ……เอาเป็นว่าหากผมเบื่อๆ..ก็อาจจะขอออกไปขับรถเล่นสักปีหรือ2ปี…..หากมีชีวิตรอดกลับมาได้….ก็จะเอาเรื่องราวในอดีตมาเล่าให้ฟังกันต่อไป…..ตอนนี้ก็ไล่เก็บในรายละเอียดของรถยามาฮ่า VR 150ไปเรื่อยๆ……เชื่อแน่ว่าพอทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว…..มันน่าจะรับใช้ครูน้าหยอยไปได้อีกหลายหมื่นกิโล…..ขี่กันจนตายคารถไปนี่แหละ…..

  คราวนี้กลับมาคุยกันถึงระบบคาบูเรเตอร์กันต่อจากเมื่อวานนี้……ผมบอกเอาไว้ว่า จะมาอธิบายวิธีการวัดขนาดของคาบูเรเตอร์และวิธีการปรับจูนอย่างละเอียดให้เข้าใจกันต่อไป……เพราะเห็นเด็กแว๊นเขาชอบไปหาซื้อคาบูเรเตอร์ขนาดใหญ่ๆมาใส่รถกันแบบไร้ทิศทาง……บอกตรงๆว่า้เสียดายเงิน…….เพราะรถแต่ละรุ่นนั้นมันมีขีดจำกัดในการใช้คาบูเรเตอร์กันไปคนละแบบ(คือการแต่งรถให้มีความเร็ว-หรือไม่มีความเร็วก็แล้วแต่-มันมีองค์ประกอบนับเป็น10 แฟคเตอร์…….และเราก็สามารถเอาปัญหานู้น….ย้ายมาแทนปัญหานี้ได้…แบบไม่มีข้อจำกัด…….ประเด็นสำคัญคือเราจะต้องอ่านอาการของรถที่เรากำลังดำเนินการได้อย่างทะลุปรุโปร่งเป็นประเด็นสำคัญ)

  ตัวอย่างง่ายๆที่ผมทำให้ดูกันบ่อยๆก็คือ…..ผมเองนั้นไม่เคยยึดติดกับขนาดของเบอร์นมหนูของรถแต่ละรุ่นหรือแต่ละคันเลยแม้แต่น้อย……เพราะหากเรายึดติดอยู่กับเบอร์นมหนู…..เราเองนั่นแหละที่จะหัวหงอก……..เพราะนมหนูมันมีหลายยี่ห้อ…..แต่ละยี่ห้อก็มีเบอร์เฉพาะตัวของมัน…….แถมในช่วงนี้ ยังมีคาบูเรเตอร์ของรถจีนเข้ามาตีตลาดด้วย…..มันคือตัวแปรระดับวิกฤติที่จะทำให้นักแต่งรถหงายเก๋งมาแล้วจนถ้วนหน้า…..เพราะฉะนั้น หากจะเป็นช่างที่มีฝีมือ เราจะต้องอ่านอาการของรถให้ออกทุกแง่มุม

  หยุดอยู่แค่นั้นก่อน….ไม่งั้นผมจะไหลไปแบบยั้งไม่หยุด….กลับมาที่การอ่านขนาดของคาบูเรเตอร์อีกครั้ง…….

01

  เมื่อวานได้อธิบายไปแล้วนะครับว่า คาบูเรเตอร์มันแบ่งเป็นส่วนบนและส่วนล่าง…..ส่วนบนก็จะเป็นตัวเรือนคาบิว….ลูกเร่ง….เข็มลูกเร่ง….ตัวปรับอากาศและตัวปรับลูกเร่ง(เดินช้า-เดินเร็ว)…..

  ส่วนล่างก็จะเป็นลูกลอย-เข็มลูกลอย(วาล์ว)…….นมหนูตัวเล็กและนมหนูตัวใหญ่…..โดยนมหนูตัวใหญ่นี้จะเป็นผู้รับผิดชอบการทำงานของเครื่องยนต์ในรอบที่สูงตั้งแต่5,000รอบ……ไปจนถึงรอบสูงสุดของเครื่องยนต์

02

  รูปข้างบนนั้น-เป็นรายละเอียดในเชิงลึกนะครับ………คราวนี้มาดูภาพกว้างๆของมันบ้าง

03

  ขอโทษที-เมื่อกี้ออกจากห้องไปเขียนภาพประกอบเสียนานเลย……..ก็หวังจะให้เข้าใจกันแบบหลับตาเห็นภาพน่ะครับ

สรุปแล้ว-ในการจ่ายน้ำมันเข้าห้องเผาไหม้นั้น..
*…จะมีลูกเร่งเป็นฝ่ายอำนวยการ-เปิดอากาศให้เข้ามากหรือน้อย-ตามแต่ใจผู้ขับ
*..เมื่อคนขับดึงลูกเร่งขึ้น….(แปลว่าเดินคันเร่ง)….ลูกเร่งก็เปิดให้อากาศเข้า…ในขณะที่เข็มเร่งก็จะยกตัวขึ้น…..นมหนูตัวใหญ่ก็จะ(อยาก)จ่ายน้ำมันเข้าไปผสมกับอากาศ

  ……..อย่าลืมว่า นมหนูตัวเบายังทำงานด้วยพื้นฐานเดิมของมันนะครับ…..คือยังรับผิดชอบในรอบต่ำอยู่……พอคันเร่งถูกดึงขึ้น….น้ำมันจากนมหนูใหญ่ก็เริ่มขยับตัว(เหมือนเปิดวาล์วให้น้ำมันจากนมหนูใหญ่เริ่มทำงาน)….แต่มันจ่ายน้ำมันยังไม่ได้เต็มที่-เพราะเข็มเร่งยังคาอยู่ในเสื้อเข็ม(มีหลุดรอดขึ้นมานิดหน่อย….มาเสริมกำลังให้กับนมหนูตัวเบา)

  ที่บอกว่าทั้งๆที่เข็มเร่งขยับตัวขึ้นไปแล้ว-แต่มันยังไม่สามารถจ่ายน้ำมันได้เต็มที่…เพราะเข็มเร่งมันมีความคอด…..ตราบใดที่ความคอด(เรียว)ยังไม่ถูกดึงขึ้นพ้นขอบเสื้อเข็มเร่ง…..น้ำมันจากนมหนูตัวใหญ่ก็ยังไม่จ่ายเข้ามา…อาการนี้เป็นช่วงรอยต่อของรอบเครื่องที่2,000ถึง4,000รอบ/นาที….

04

  สังเกตดูนะครับว่า เข็มเร่งมันจะแหลมตรงปลาย…แล้วค่อยขยายตัวอ้วนขึ้น……..สรุปแล้วปลายๆแหลมๆของมันจะถูกดึงสูงขึ้น….จนเมื่อส่วนที่อ้วนๆของเข็ม-พ้นขอบเสื้อเข็ม….น้ำมันจึงจะเริ่มทะยอยออกไปผสมกับอากาศได้…..ตอนนี้กำลังของเครื่องก็จะเริ่มขยับไปที่5,000รอบ/นาทีแล้ว….และจะเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อเราดึงคันเร่งขึ้น…..ปลายเข็มที่เรียวลงก็จะส่งน้ำมันออกไปผสมเป็นไอดีได้มากยิ่งขึ้น…

  ตรงนี้คือเคล็ดลับของการจูนคาบูเรเตอร์ครับ……เคล็ดลับของมันอยู่ที่การขยับเข็มเร่งนี่เอง…….เข็มเร่งคือสะพานเชื่อมระหว่างการทำงานของนมหนูตัวเล็กและนมหนูตัวใหญ่……สมมุติว่า….เราประกอบเครื่องเข้าที่พร้อมจะขับแล้วนะครับ……พอเราใส่เกียร์และจะเร่งเครื่องเพื่อออกรถ….พอเริ่มเร่งเครื่อง…..รถเกิดอาการวอด(อาการวอดคือเครื่องยนต์จะดับ)…..เราก็ดึงโช้คขึ้น(ให้น้ำมันจากโช้คมาเพิ่ม)…….หากโช้คแล้วเครื่องยนต์เดินเร็วและเร่งขึ้น…….แปลว่าเข็มเร่งกดลงไปลึก….ปลายเข็มยังไปอุดนมหนูตัวใหญ่(ทำให้จ่ายน้ำมันขึ้นไม่ไม่พอกิน)

  …..เราก็จัดการเปิดฝาคาบิวฯเอาลูกเร่งออกมา….(บอกไปแล้วว่า เข็มเร่งมันติดอยู่กับลูกเร่งนะครับ)…..เราก็ปลดกิ๊บที่ล็อคเข็มเร่งเอาไว้กับลูกเร่ง…..ดึงเอาเข็มเร่งออกมา…..ที่หัวของเข็มเร่งจะมีกิ๊บล็อคเล็กๆอยู่1อัน…..(ส่วนมากแล้วกิ๊บล็อคเล็กๆนี้จะอยู่ตรงกลาง-มันมี5ขั้น)…..เราก็ขยับกิ๊บลงลดลง1ขั้น…..เข็มก็จะถูกดึงให้สูงขึ้น(มันก็จะไปเปิดรูน้ำมันให้จ่ายออกมาเร็วขึ้นหน่อยไง)

05

  รูปข้างบนนั้นผมขอยืมมาจากอากู๋นะครับ เพราะรูปที่ถ่ายเอาไว้เองยังหาไม่เจอะ….แต่ก็เหมือนกันในสาระ…ขอบคุณท่านเจ้าของรูปนะครับ…….สรุปแล้วก็ก็แก้อาการรถวูบด้วยการทดลองโช้คดูก่อน…..หากเครื่องยนต์ตอบสนอง-เร่งติดมือ-ก็แปลว่าเข็มเร่งต่ำเกินไป……ให้ขยับเข็มเร่งขึ้นมา1ล็อค

  ในทางกลับกัน หากเร่งเครื่องยนต์แล้วรถเกิดเสียงดังปั๊บๆๆๆๆ…แบบเครื่องยนต์ระเบิดข้ามกลวัตร….ยิ่งเร่งมากก็ยิ่งจะดับ….อาการนี้ก็รู้ได้เลยว่าน้ำมันเข้ามาเยอะไป……เราก็ขยับกิ๊บล็อคขึ้นมา1ขั้น….เข็มก็จะลดลงไปปิดรูนมหนูตัวใหญ่….อาการเร่งเครื่องยนต์ดังปั้บๆๆๆ ก็จะหายไป….

  หากอาการไม่หายไปล่ะ(ในกรณีแรกข้างบนนั้น)……เราก็ขยับเข็มเร่งขึ้นไปอีก1ขั้น(มันมีทั้งหมด5ขั้น)…..ให้มันเปิดโล่งเลย…..หากยังไม่หายอีกล่ะ……ก็แปลว่านมหนูตัวเล็ก-ขนาดมันเล็กเกินไปครับ-ต้องเพิ่มเบอร์นมหนูขึ้นไปอีก1เบอร์…..เช่นเดียวกับอาการที่2……คือน้ำมันท่วมมากไป-กดเข็มลงมาจนหมดความยาวของเข็มแล้วก็ยังไม่หายน้ำมันท่วม…อย่างนี้ก็แปลว่านมหนูตัวใหญ่เกินไปครับ…ให้ลดขนาดนมหนูลง1เบอร์…อาการก็น่าจะหายไป

  วันนี้เขียนสั้นๆ-เพราะมันเป็นเรื่องเข้าใจยากสักหน่อย…เขียนยาวและเพิ่มสาระไปมากกว่านี้น้องๆหลานๆจะงงเอา…..ใครไม่เข้าใจสามารถถามได้ทุกแง่มุมครับ…..(ขอให้ถามเฉพาะเรื่องคาบิวฯธรรมดานี้ก่อนนะครับ อย่าข้ามไปถึงหัวฉีด)….

วันนี้ขอลาไปพักผ่อนก่อน..พรุ่งนี้กลับมาคุยกันใหม่……..

06